มงคลชีวิต

ไม่ใช่เรื่องอยากได้มงคลชีวิต แต่ไม่รู้จักว่ามงคลชีวิตคืออะไร มงคล คือสิ่งที่นำมาซึ่งความเจริญ เพราะฉะนั้น คุณความดี เป็นมงคล การฟังพระธรรมเป็นมงคล เพราะนำมาซึ่งปัญญา ความดีอันประเสริฐ อันเป็นพุทธประสงค์ของพระพุทธเจ้า มงคลชีวิตจึงไม่ต้องไปแสวงหา ขณะใดที่ฟังพระธรรม เข้าใจพระธรรม นั่นคือ มงคลดี ขณะดี ในขณะนั้น

มงคลชีวิต

คำว่า มงคล แปลว่า เหตุให้ถึงความเจริญ เหตุแห่งความเจริญ ซึ่งไม่พ้นไปจากความดีทุกประการ จนกระทั่งถึงสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น
เมื่อได้ฟังได้ศึกษาได้อ่านเรื่องมงคล ในพระพุทธศาสนาแล้ว จำได้หมดทุกมงคลหรือไม่ บางคนอาจจะท่องมงคลได้ทั้งหมด ๓๘ ประการ แต่มงคลไม่ใช่สำหรับท่อง และไม่ใช่สำหรับจำ แต่สำหรับอบรมเจริญ เพื่อความเจริญขึ้นซึ่งเป็นมงคลแต่ละข้อ มงคลหมายถึงเหตุแห่งความเจริญ หรือ สิ่งที่จะทำให้ถึงซึ่งความเจริญ เมื่อจะกล่าวโดยสรุปแล้ว มงคลหมายถึง ความดีทุกอย่างทุกประการ นั่นเอง เพราะเหตุว่าสิ่งที่ไม่ดีจะนำมาซึ่งผลที่ดีไม่ได้ ผลย่อมตรงกับเหตุ ถ้าเหตุไม่ดี ผลก็ต้องไม่ดี แต่ถ้าเหตุดี ผลก็ต้องดี ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ก็จะไม่ทราบเลยว่าอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล แม้แต่ในขณะนี้เอง
อุบาสก อุบาสิกา คือ ผู้เข้าใกล้ นั่งใกล้พระรัตนตรัยด้วยมีปัญญาความเข้าใจถูก อุบาสก อุบาสิกา ที่มีความเข้าใจถูกในสมัยพุทธกาล ไปพระวิหารเชตวัน พระวิหารเวฬุวัน ในตอนเย็นเพื่อฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง หรือพระสาวกแสดงธรรม เพื่อให้เกิดปัญญาความเข้าใจถูก ไม่ใช่เพื่อนำไปสวดโดยไม่เข้าใจคำสอน แล้วคิดว่าเป็นมงคล เหมือนคนสมัยนี้ พระธรรมไม่ใช่เรื่องจะได้ ไม่ใช่เรื่องที่ติดข้องเพิ่มกิเลส แต่เป็นเรื่องละกิเลส
อยากได้มงคลชีวิต ต้องรู้จักว่ามงคลชีวิตคืออะไร มงคล คือสิ่งที่นำมาซึ่งความเจริญ เพราะฉะนั้น คุณความดี เป็นมงคล การฟังพระธรรมเป็นมงคล เพราะนำมาซึ่งปัญญา ความดีอันประเสริฐอันเป็นพุทธประสงค์ของพระพุทธเจ้า
มงคลชีวิตจึงไม่ต้องไปทำก่อนสิ้นปี หรือ ปีใหม่ ขณะใดที่ฟังพระธรรม เข้าใจพระธรรมนั่นคือ มงคลดี ขณะดี ในขณะนั้น
เพราะฉะนั้น ผู้ที่เข้าใจพระธรรม เป็นอุบาสก อุบาสิกาในพระพุทธศาสนา จึงมีการฟังธรรม อันเป็นประเพณีที่ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่เป็นเหตุให้เกิดปัญญาละกิเลส ดับทุกข์ได้ จนหมดสิ้นแท้จริง
อุบาสก อุบาสิกา ในสมัยพุทธกาลไปพระวิหารเชตวันเพื่อฟังพระธรรมตลอดคืน เป็นมงคล เพราะนำมาซึ่งปัญญา ไม่ได้รอไปสวดมนต์ข้ามปีเหมือนคนสมัยนี้ ที่คิดว่าเป็นมงคล แต่ไม่ได้ความรู้ความเข้าใจอะไรในคำที่สวด
เพราะฉะนั้น การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิต กว่าที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาตลอดระยะเวลาสี่อสงไขยแสนกัปป์ ซึ่งเป็นเวลาที่นานมาก มงคลแต่ละข้อ ก็มาจากการตรัสรู้ของพระองค์ ดังนั้น การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม จึงเป็นมงคลประการหนึ่งด้วย ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษาพระธรรม คือ ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง นำมาซึ่งความเห็นที่ถูกต้องในสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสรู้และทรงแสดง แต่มงคลมีมากมาย ไม่ใช่เพียงการฟังธรรม เท่านั้น เริ่มตั้งแต่การไม่คบคนพาล การคบบัณฑิต การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา เป็นต้น ล้วนเป็นมงคลอันประเสริฐทั้งสิ้น
บุคคลผู้ที่ไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่ศึกษาพระธรรม จะเป็นผู้ถึงความเจริญด้วยปัญญาไม่ได้เลย เพราะเหตุว่าความเจริญจริงๆ ไม่ใช่ความเจริญทางวัตถุ หรือความเพิ่มมากขึ้นของความโลภ ความติดข้อง ต้องการ การแสวงหาในสิ่งที่คิดว่าน่าปรารถนา คือ ลาภ ยศ สักการะ สรรเสริญ สุข แต่ความเจริญจริงๆ เป็นความเจริญของจิต ซึ่งเริ่มมีปัญญาที่เข้าใจธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ถ้าไม่มีปัญญาซึ่งเป็นความเข้าใจถูกเลย อะไรที่เจริญ อะไรที่มีมากขึ้น ย่อมเป็นความไม่รู้ และ อกุศลต่างๆ ที่เกิดเพิ่มมากขึ้น นั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง
จึงควรอย่างยิ่งที่จะได้ฟังพระธรรม ได้ศึกษาพระธรรม ตลอดชีวิต ฟังเพื่อเข้าใจสิ่งที่มีจริง เพื่อรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว เพื่อที่จะได้ละความไม่รู้ และเพื่อความรู้ และความเจริญในคุณธรรมความดีประการต่างๆ ในชีวิตประจำวันต่อไป เพราะความดีทุกประการนั้น เป็นมงคล.

Related posts

มหาอกัปปิยะ

เข้าใจไตรลักษณ์

เข้าใจว่าตายแล้วเกิด เป็นโมฆบุรุษอย่างไร